Tea inn ชาแห่งความรู้สึก

เมื่อเครื่องดื่มที่ให้ความหวานอย่างชานั้นกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ยิ่งในกลุ่มวัยรุ่นแล้วเรียกได้ว่ากินวันละหลายแก้วเลยก็ว่าได้ ร้านขายเครื่องดื่มจึงเกิดขึ้นหลากหลายแบรนด์และแต่ละแบรนด์ก็แข่งขันกันสูงมาก

แต่ Tea inn ก็ได้ชูจุดเด่นทางด้านความใส่ใจในเมนูแต่ละแก้วด้วยความรู้สึก และเจาะไปที่กลุ่มวัยเรียน ทำให้ Tea inn เป็นร้านชาที่มี 50 สาขาทั่วประเทศ ร้าน Tea inn มีแนวคิดอะไรที่แตกต่างจากร้านอื่นบ้าง และการดำเนินงานจะเป็นเช่นไร มาอ่านกันได้เลยจากคุณศรุตา เอกทักษิณ CEO ขอว TEA INN

จากเซลล์สู่เจ้าของร้านชา

คุณพ้อยท์ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจ Tea inn จบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ เน้นด้านกฎหมายธุรกิจ แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทคณะวิศวกรรมศาตร์ ที่ญี่ปุ่น ในสาขา Management of business development หลังจากนั้นทำงานประจำที่บริษัทญี่ปุ่นในไทย เป็นเซลล์ขายรองเท้า Safety ที่เวียดนาม สามารถทำยอดที่บริษัทตั้งไว้ได้ตั้งแต่ 2 เดือนแรก เมื่อผ่านไป 4 เดือนจึงลาออกเพราะรู้สึกไม่สนุกแล้ว เมื่อลาออกแล้วก็มาเปิดร้าน Tea inn สาเหตุที่เลือกเปิดร้านชาเนื่องจากคุณพ้อยท์ชอบดื่มชามาก และจากการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ทำให้มีโอกาสได้เห็นชาของต่างประเทศ และมองว่าถ้าทำธุรกิจจากความชื่นชอบจะทำให้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้เรื่อยๆ โดยไม่เหนื่อยและไม่หมดแรง อีกทั้งร้านที่ขายเฉพาะชาอย่างเดียวยังไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ชาจะขายอยู่ในร้านกาแฟ ทำให้มองเห็นโอกาสในการทำร้านชา เป็นที่มาของชื่อร้าน Tea inn

เริ่มต้นทำ Tea inn ด้วยตัวเองทุกอย่าง

ชื่อของร้าน Tea inn มาจาก inn ที่แปลว่า โรงแรม โดยร้าน Tea inn จะรวบรวมชาจากประเทศต่างๆมาให้ลูกค้าได้สัมผัสและรู้สึกผ่อนคลาย สบาย เหมือนอยู่ในโรงแรม ซึ่งตอนที่เริ่มเปิดร้านสาขาแรกในเวลา 20 วัน คุณพ้อยท์ทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่วางแผนกลุ่มลูกค้า ลักษณะร้าน พนักงานในร้าน ชนิดชาที่จะนำมาขาย การขนส่ง รวมถึงออกแบบกราฟฟิค ติดต่อ Supplier

จุดเด่นคือคุณภาพและความรู้สึก

จุดเด่นของ Tea inn คือเลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และเป็นชาแห่งความรู้สึก ลูกค้าจะรู้สึกได้ว่าเป็นชาของตัวเองจริงๆ โดยลูกค้าสามารถเลือกระดับความหวานหรือชนิดของนมได้ แต่ละเมนูของร้านจะมีเรื่องราว ทำให้เมนูแต่ละแก้วไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกผูกพันกับแต่ละเมนูด้วย

เลือกเปิดสาขาต่างจังหวัดก่อน

แนวคิดในการเลือกทำเลของร้าน คือ เริ่มเปิดสาขาที่ต่างจังหวัดก่อน โดยสาขาแรกเปิดที่สุพรรณบุรี เพราะมีการแข่งขันและค่าใช้จ่ายไม่สูงเหมือนกรุงเทพฯ สำหรับกลุ่มเป้าหมาย คือ ที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ซึ่งจะมีลูกค้าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปัจจุบันเริ่มมีสาขาที่กรุงเทพฯ คือ ในมศว. และลาดกระบัง

สำหรับระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน กับการเปิด 50 สาขา มีปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน แต่ก็ผ่านมาได้โดยใช้ประสบการณ์ และจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ก้าวข้ามปัญหาไปได้

เป้าหมายของ Tea inn คือต้องการเป็นแบรนด์คนไทยที่เติบโตไปในระดับโลก สร้างความภูมิใจให้กับคนไทย ปัจจุบันกำลังติดต่อกับพาร์ทเนอร์ที่จะนำ Tea inn ไปเปิดแฟรนไชส์ที่ญี่ปุ่น

นับได้ว่าร้านชา Tea inn นั้นเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ด้วยจุดเด่นเรื่องคุณภาพและความรู้สึกที่ใส่ไปในเครื่องดื่มแต่ละแก้ส มีการเตรียมเปิดสาขาต่อที่ญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีการพัฒนาคุณภาพต่อไปไม่หยุด ทำให้ Tea inn ยังเป็นชาที่ครองใจวัยรุ่นอยู่ในตอนนี้

Back