Zero Moment ให้การลดขยะเป็นเรื่องสนุก

ปัจจุบันภาวะโลกร้อนไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป ปรากฏการณ์นี้ส่งผลกระทบกับการดำเนินชีวิตของคนทั้งโลก ทำให้ผู้คนหักมาลดการใช้สินค้าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งกันมากขึ้น หนึ่งในธุรกิจที่นำเทรนด์นี้มาใช้นั่นคือ Zero Moment แนวคิดของธุรกิจนี้จะเป็นอย่างไร และมีการดำเนินการอย่างไรบ้าง มาติดตามจากคุณเมี่ยว - ฤดีชนก จงเสถียร ผู้ก่อตั้งกันได้เลย

Zero Moment คืออะไร

Zero Moment เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อช่วยลดขยะจากบรรจุภัณฑ์และของเหลือทิ้ง โดยลูกค้าสามารถเอาภาชนะมาเอง และเลือกเติมเท่าที่ต้องการได้ ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าอุปโภค บริโภคเกือบ 200 รายการ เช่น แชมพู สบู่ น้ำยาซักผ้า น้ำยาถูบ้าน เครื่องปรุงสำหรับทำอาหาร ขนมขบเคี้ยว และอุปกรณ์ที่สามารถใช้ซ้ำและย่อยสลายได้ง่าย เช่น แปรงสีฟันไม้ไผ่ โดยขายตามน้ำหนักเป็นกรัม ขั้นต่ำ 1 กรัม มีคอนเซปต์คือต้องการให้ลูกค้าซื้อเท่าที่ตัวเองต้องการให้ลูกค้าสนุกในการช่วยลดขยะ คือหัวใจสำคัญไอเดียที่เริ่มทำธุรกิจนี้คือต้องการทำธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อสังคม และมีโอกาสเห็นร้านแบบนี้ที่ต่างประเทศ และที่ไทยยังไม่มีร้านแบบนี้ จึงอยากทำเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนไทย อยากให้ทุกคนได้มีช่วงเวลาในการลดขยะแบบที่ทำไม่ยากเกินไป โดยการมาซื้อของร้านนี้ก็ได้ลดขยะและใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็น จึงเป็นที่มาของชื่อ Zero Moment คือลูกค้ารู้สึกสนุกกับการซื้อของและช่วยลดขยะด้วย

เรียนรู้ไปกับสาขาแรก

คุณเมี่ยว เจ้าของร้านจบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ จุฬาฯ และต่อปริญญาโทที่คณะบัญชีฯ จุฬาฯ และ Management ที่อเมริกา พอมาเปิดร้านก็จะต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องการทำบัญชี การทำระบบเช็คสต็อค การตลาด โดยปรับใช้ความรู้จากการเรียนมาเป็นพื้นฐาน ปัจจุบันรู้สึกพอใจกับผลตอบรับค่อนข้างดีจากลูกค้าและความเติบโตของร้าน อาจจะมีเปิดสาขาเพิ่มในอนาคต ตอนนี้มี 1 สาขาอยู่ที่พระราม 9 ซอย 41 สำหรับสาเหตุที่ยังไม่ขยายสาขา เพราะสิ่งที่ยากสำหรับธุรกิจนี้คือการควบคุมคุณภาพสินค้า เพื่อทำให้ลูกค้าเชื่อถือและไว้ใจในคุณภาพ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ถ้าขยายตัวเร็วเกินไป และระบบในการควบคุมคุณภาพยังไม่ดีพอ จะทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อถือและผิดหวัง จนทำให้เลิกการมี Life style แบบนี้ไปเลย

เลือกสินค้าคุณภาพจากมือผู้ผลิตโดยตรง

สำหรับสินค้าอุปโภคที่ขายในร้านจะเป็นของที่มีแบรนด์ เป็นแบรนด์ที่มีขายในร้านออแกนิคและห้าง แต่พอมาเป็นแบบ Refill ก็จะราคาถูกลง 10-30% มีการระบุรายละเอียดและส่วนประกอบไว้สำหรับให้ลูกค้าพิจารณาเลือกซื้อ ส่วนสินค้าบริโภค ทางร้านจะติดต่อกับเกษตรกรและผู้ผลิตโดยตรง อาจจะไม่มีแบรนด์ แต่เป็นสินค้าที่มีคุณภาพซึ่งผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อม คือลูกค้าได้สินค้าในราคาถูกกว่าท้องตลาด และการนำขวดกลับมาใช้ใหม่ก็ช่วยลดขยะ ทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้อีกเป้าหมายของร้านคือต้องการสนับสนุนและสร้างอาชีพให้แก่เกษตรกร และคนที่ทำหัตถกรรม จึงต้องไปติดต่อโดยตรงกับ Supplier แต่ละราย ใช้เวลาในการพูดคุย ทดสอบคุณภาพสินค้า และอธิบายให้เข้าใจคอนเซปต์ของร้านเรื่องการลดขยะจากการบรรจุสินค้า

ผลตอบรับจากลูกค้าเป็นกำลังใจสำคัญ

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างใหม่ จึงต้องอาศัยการลองผิดลองถูกมามาก เริ่มจากภาชนะสำหรับใส่สินค้าแต่ละชนิดจะแตกต่างกัน โดยจะต้องลองทดสอบดูว่า จะต้องใช้ภาชนะชนิดไหนถึงทำให้สินค้ายังคงมีคุณภาพเหมือนเดิม รวมถึงความสะดวกในการไหลของสินค้า เวลาที่ลูกค้ามาซื้อ การตอบรับของลูกค้าค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเน้นจุดเด่นที่ลูกค้าจะได้สินค้าที่มีคุณภาพในปริมาณที่ต้องการ และช่วยประหยัดเงินด้วย ส่วนเรื่องการช่วยลดขยะและดีต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องรองลงมา เมื่อลูกค้าติดใจในคุณภาพและกลับมาซื้อใหม่ ลูกค้าก็เริ่มปรับพฤติกรรมโดยการนำเหตุผลหนึ่งที่เลือกทำธุรกิจนี้เนื่องจากได้ผลตอบแทนที่มากกว่าตัวเงิน มีลูกค้าเข้ามาชื่นชมที่เปิดร้านนี้และยังช่วยให้คำแนะนำต่างๆด้วย สำหรับเรื่องการบริหารจัดการก็ต้องทำระบบใหม่ ทั้งเรื่องการเช็คสต็อก การทำความสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของร้านเพราะว่าไม่มีแพ็คเกต เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับขยะค่อนข้างมาก และทางแก้ปัญหาที่เคยมีมาค่อนข้างเครียด ทำได้ยาก และราคาสูง Zero Moment ต้องการทำให้การแก้ปัญหาเรื่องขยะเป็นเรื่องสนุก สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ต้องการจุดประกายให้ทุกคนคิดก่อนใช้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรใดๆก็ตาม ถือได้ว่าธุรกิจนี้ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้เป็นอย่างดี

Back