น้ำปลาตราปลาหมึก กับการปรับตัวเพื่อคนรุ่นใหม่

แบรนด์ของอาหารไทยที่มีการเติบโตมานานกว่า 70 ปี แล้ววันนี้ ก็ได้ลุกขึ้นมาแต่งตัว ปรับโฉมใหม่ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ดูสดใส ทันสมัยมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ น้ำปลาแท้ตราปลาหมึก

ไปดูกันว่าอะไรคือ เบื้องหน้า เบื้องหลัง ของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

ที่มาของน้ำปลาตราปลาหมึก

น้ำปลาตราปลาหมึกก่อตั้งมาแล้ว 75 ปี โดยคุณเทียน นิธิปิติกาญจน์ซึ่งเคยทำงานโรงน้ำปลามาก่อน และภายหลังออกมาเปิดโรงน้ำปลาที่ท่าฉลอง จังหวัดสมุทรสาคร หลังจากนั้นขยายโรงงานมาที่จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันไม่มีโรงงานที่จังหวัดสมุทรสาครแล้ว เนื่องจากสมัยก่อนจะขนส่งวัตถุดิบและสินค้าทางน้ำเป็นหลัก

สำหรับน้ำปลานั้นมีการพัฒนามาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยก่อนที่บรรจุในไห เปลี่ยนเป็นขวดแก้วแบบใช้กำลังคนบรรจุด้วยวิธีกาลักน้ำ แปะฉลากด้วยแป้งเปียก และใช้เตาอั้งโล่ในการเคลือบปิดฝาด้านบน หลังจากนั้นก็ใช้เครื่องจักรจากเยอรมันในการบรรจุขวด ส่วนชื่อแบรนด์ เมื่อก่อนจดทะเบียนไว้หลายชื่อ เช่น โพธิ์แดง เด็กอ้วน เด็กจุก ปลาโลมา แต่ชื่อแบรนด์ปลาหมึกเป็นที่รู้จักมากที่สุด จนเมื่อ 50 ปีที่แล้วเริ่มส่งออกไปที่อเมริกาจึงใช้ชื่อแบรนด์ว่าปลาหมึก ส่วนแบรนด์อื่นๆก็ค่อยลดบทบาทลง จนกระทั่งสุดท้ายเน้นที่แบรนด์ปลาหมึกอย่างเดียว สำหรับสาเหตุที่เลือกส่งออกไปที่อเมริกา เนื่องจากช่วงนั้นเกิดสงครามเวียดนาม ทำให้มีผู้อพยพจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปที่อเมริกาจำนวนมาก ความต้องการบริโภคน้ำปลาจึงมีมากตามไปด้วย

รีแบรนด์พร้อมเพิ่มสูตรใหม่

สำหรับการรีแบรนด์นั้นก็มีการปรับปรุงหลายอย่าง เช่น ฉลาก โดยปรับให้ดูสะอาดและเน้นโลโก้มากขึ้น ส่วนทางด้านรสชาติก็มีการปรับหลายสูตร เช่น ฉลากสีเขียวเป็นสูตรดั้งเดิม ฉลากสีเหลืองเป็นสูตรกลมกล่อม คือมีรสชาติหวานกว่าฉลากสีเขียว ฉลากสีทอง ซึ่งหาซื้อที่เดอะมอลล์เท่านั้น เป็นสูตรพรีเมี่ยม คือจะมีหัวน้ำปลามากขึ้น ทำให้มีกลิ่นน้ำปลามากขึ้น และสูตรใหม่ Hi-premium ลดความเค็มลงจากสูตรปกติ 15% สำหรับความเค็มนั้นเป็นวัตถุกันเสียตามธรรมชาติ ถ้าน้ำปลามีเกลือน้อยกว่า 20% จะเสีย จึงต้องใส่วัตถุกันเสียพวกโพแทสเซียมเพื่อแทนโซเดียม ซึ่งจะเป็นปัญหาต่อผู้ที่เป็นโรคไตและโรคหัวใจ ดังนั้นสูตรนี้จึงพยายามปรับให้มีเกลือประมาณ 20% ซึ่งเป็นปริมาณเกลือที่ต่ำที่สุดจะยังเป็นวัตถุกันเสียตามธรรมชาติได้โดยไม่ต้องใส่วัตถุกันเสียหรือวัตถุปรุงแต่งเพิ่มเติม โดยเลือกหัวน้ำปลาที่ไม่เค็มมากจากบ่อหมักปลาไส้ตันกับเกลือมาผสมกับน้ำเกลือเพื่อปรับปริมาณเกลือให้มีประมาณ 20-21% ซึ่งสูตรนี้จะขายทางออนไลน์เท่านั้น เป็นการลองตลาดของคนรุ่นใหม่ ้

เรียนรู้ที่จะทำตลาดรูปแบบใหม่

การทำการตลาดปัจจุบันจะต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปปรับใช้เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภคทุกรุ่นตามช่องทางสื่อต่างๆทั้งแบบเก่าและใหม่ เนื่องจากเทคโนโลยีและแนวโน้ม (Trend) เปลี่ยนเร็วมาก รวมถึงสื่อก็มีจำนวนมากด้วย โดยเริ่มจากแบ่ง Segment ว่ากลุ่มลูกค้ามีแบบไหนบ้าง เช่น ลูกค้าดั้งเดิม แม่บ้านที่ชอบค้นหาสิ่งต่างๆ ตลาดออนไลน์ คนรุ่นใหม่ แล้วดูว่าจะเข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างไร ซึ่งจะซับซ้อนกว่าการตลาดสมัยก่อน

สัดส่วนการขายในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30% แต่สัดส่วนกำไรได้จากต่างประเทศ 85% เพราะว่าในประเทศมีการแข่งขันรุนแรงมาก และช่องทางการจัดจำหน่ายมีค่าใช้จ่ายสูง โดยตลาดต่างประเทศก็มีการทำการตลาดออนไลน์มากขึ้น มีการไปติดต่อเอเจนซี่ต่างประเทศมากขึ้น

วันเวลาผ่านไป การตลาดมักเปลี่ยนไปตามรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคต่างๆ ซึ่งธุรกิจน้ำปลาตราปลาหมึกได้ปรับตัวและเรียนรู้ในทั้งการทำตลาดให้ตรงตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังปรับปรุงสูตรให้เข้ากับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายอีกด้วย เป็นตัวอย่างที่ดีของธุรกิจที่มีมานานและไม่หยุดที่จะพัฒนา

 

Back