Kellerman : ภาระกิจช่วย SME

มีข้อมูลหลากหลายที่ต่างยืนยันตรงกัน และสอดคล้องหลักความเป็นจริงก็คือ วิถีการเติบโตของ เอ็สเอ็มอี ของเมืองไทยทุกวันนี้ อาจจะไปได้แบบกระท่อนแท่นหน่อย เพราะไม่มีคนช่วย อยากหาคนมาช่วย หรือที่เราเรียกกันว่า เหล่าเอเจนซี่ แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง แต่วันนี้ เรามีคนที่เข้ามาช่วยคนตัวเล็กแล้วครับ ตามไปรู้จักกับไอเดียและวิธีคิดของ อิทธิดนัย ศรีพยัคฆ์ CEO Kellerman (thailand) Co.,Ltd

ช่วยสังเกตเพื่อช่วย SME

Kellerman เป็น Communication Agency สำหรับ SME โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานระหว่างผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจ SME โดย SME เป็นตลาดที่ใหญ่และมีสัดส่วนประมาณ 90% ของตลาดทั้งหมด มีการแบ่งประเภท SME เป็น S M L ตามรายได้ เช่น ประเภท L จะมีรายได้มากกว่า 200 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นปัญหาของ SME ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่ยังไม่แน่ใจว่าการลงทุนด้าน Marketing จะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ซึ่ง Kellerman จะมาช่วยเติมเต็มในส่วนนี้

ยกตัวอย่างธุรกิจที่ทาง Kellerman เคยร่วมงานด้วย เป็น SME ประเภท S ทำธุรกิจผลิตสเปรย์กันแดดสำหรับผู้หญิง โดยการใช้จะต้องมีระยะการสเปรย์ที่เหมาะสม คือ 30 ซม. ทาง Kellerman จึงทำการ Research และระดมความคิดจนได้ไอเดียเป็นแคมเปญว่า Spray like a Selfie แทนที่จะบอกว่าถือสเปรย์ห่าง 30 ซม. ซึ่ง 30 ซม. เป็นระยะ Selfie ของผู้หญิง ทำให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้หญิงได้ง่ายขึ้น คือทาง Kellerman จะช่วยประสานไอเดียจากทั้งความต้องการของ SME และความเคยชินของผู้บริโภคเข้าด้วยกัน

Kellerman จะเริ่มจากการเข้าไปทำความรู้จักกับเจ้าของ SME แต่ละรายก่อน เพื่อทำความเข้าใจอุปนิสัย มุมมองต่อการทำธุรกิจ และปัญหาของธุรกิจ จากนั้นทาง Kellerman ก็ใช้เวลาประมาณ 7-15 วัน เพื่อระดมสมองและทำ Research สำหรับเตรียมแผนงานเข้าไปนำเสนอ แม้ว่าเจ้าของธุรกิจ SME บางคนอาจยังไม่เห็นความสำคัญของ Branding แต่ทาง Kellerman ก็จะนำเสนอให้เห็นว่าถ้าทำ Branding ดีๆ รู้ถึงจุดยืนของธุรกิจตนเอง จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแน่นอน

การทำแคมเปญส่งเสริมยอดขายไม่สามารถลอกเลียนแบบธุรกิจอื่นที่ทำแล้วประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากเจ้าของธุรกิจเป็นคนละคนกันและมีความแตกต่างกันในหลายๆด้าน หรือแม้แต่แคมเปญที่เคยทำไปแล้ว ถ้านำกลับมาใช้อีก จะได้ผลตอบรับลดลงมาก

เส้นทางก่อนมาทำงานบริษัท Kellerman

คุณฮิม อิทธิดนัย ศรีพยัคฆ์ CEO ของ Kellerman เรียนจบปริญญาตรีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งสอนเชิง Concept และ Logic แล้วต่อปริญญาโท MBA ที่จุฬาฯ (Master in branding and marketing) และเคยเรียนคอร์ส Master in marketing ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นฝึกงานและทำงานเป็น Creative ที่บริษัท Agency โฆษณาแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นโอกาสจึงออกมาทำธุรกิจของตนเอง แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะบริหารจัดการไม่เก่ง จึงกลับไปทำงานเป็น Creative เหมือนเดิมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แล้วได้รับเงินทุนจากสิงคโปร์จากการนำเสนอธุรกิจ SME จึงนำเงินทุนนั้นมาเปิดบริษัทใหม่ โดยมี Partner จากทางสิงคโปร์มาช่วยแนะนำด้านการบริหาร

การจะออกมาทำตามความฝันของตนเอง จะต้องมี 3 สิ่ง คือ 1) Passion สิ่งที่จะทำนั้นต้องเป็นสิ่งที่เรารักมากๆ 2) เป็นสิ่งที่เราเก่ง ถ้าเรายังไม่เก่ง จะต้องหาวิธีทำให้เราเก่งให้ได้ 3) เป็นสิ่งที่ตลาดต้องการ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้

นับได้ว่ากว่าบริษัท Kellerman จะมีทุกวันนี้ได้ นอกจากการศึกษาหาความรู้ด้านการตลาดแล้ว ยังต้องคอยหมั่นสังเกตและทำคววามรู้จักกับบริษัทของลูกค้าอย่างดีจนสามารถช่วยโปรโมทให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้ อีกทั้งการหาความรู้จากสิ่งรอบตัวอย่างการสังเกตตำแหน่งสิ่งของบนซุปเปอร์มาร์เกต หรือตามตลาดนัด แล้วนำมาคิดต่อว่าทำไมของสิ่งนี้ถึงขายดีแล้วนำมาวิเคราะห์ต่อ ก็เป็นสิ่งที่เอเจนซี่รวมถึง SME ควรทำอย่างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาในงานของตนเอง

 

Back