ภาระกิจของเจนเนอเรชั่นที่ 4 ของน้ำอบนางลอย

กลิ่นหอมของน้ำอบไทย ที่ใครๆ ก็นึกเมื่อถึงคราวที่อยู่ในเทศกาล สงกรานต์ " น้ำอบไทย นางลอย "

น้ำอบไทย ที่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น มาจนถึงเจนเนอเรชั่นที่ 4 ก็ยังสืบทอดธุรกิจนี้เรื่อยมา

ไปรู้จักน้ำอบไทยในอีกแง่มุม และ เส้นทางเดินจากนี้ไป จาก คุณดิษฐพงศ์ ธ . เชียงทอง ทายาทรุ่นที่ 4 ของร้านน้ำอบนางลอย

มารู้จักกับน้ำอบนางลอย

น้ำอบนางลอยเป็นธุรกิจที่ดำเนินการมานานว่า 100 ปีแล้ว ผลิตภัณฑ์หลัก คือ 1) น้ำอบไทย ซึ่งใช้ในเทศกาลสงกรานต์ 2) แป้งหินร่ำ เป็นแป้งอัดเม็ดที่มีสรรพคุณให้ความเย็น ความสดชื่น ช่วยลดสิว ฝ้า และแก้ผดผื่นคันได้ 3) ดินสอพอง ทำมาจากดินขาว จะมีเนื้อหยาบกว่าแป้งหินร่ำ มีสรรพคุณคล้ายๆกับแป้งหินร่ำ คือ ช่วยลดสิว ฝ้า แก้ผดผื่นคัน และสามารถนำไปผสมกับของเหลว เช่น น้ำ น้ำอบไทย เพื่อพอกตัวเพิ่มความเย็น ในสมัยก่อนเวลาที่เด็กล้มแล้วหัวโน ผู้ใหญ่ก็จะนำดินสอพองมาพอกเพื่อลดความร้อนและอาการบวม

ปัจจุบันผู้บริหารน้ำอบนางลอยได้เปลี่ยนมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว ด้วยความผูกพันกับธุรกิจของครอบครัวที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ และตระหนักถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย ทำให้ต้องการที่จะรักษาธุรกิจนี้ไว้ จึงเป็นความท้าทายว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจพัฒนาต่อไป ไม่หยุดอยู่กับที่ และยังคงรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้

เนื่องจากน้ำอบมีความสำคัญต่อเทศกาลสงกรานต์ ทำให้น้ำอบมียอดขายดีในช่วงสงกรานต์ โดยหลังจากเทศกาลสงกรานต์โรงงานจะเตรียมวัตถุดิบ เพื่อผลิตน้ำอบสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีหน้า ใช้ระยะเวลา 9 เดือน โดยใช้แรงงานคนเป็นหลัก ยอดขายจะเริ่มมีช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และเริ่มมียอดขายมากเดือนมีนาคมจากการขายส่งให้แก่ลูกค้าพวกร้านขายสังฆภัณฑ์ โดยจะต้องประเมินความต้องการน้ำอบจากสภาพของแต่ละพื้นที่ ถ้าพื้นที่ไหนมีปัญหา เช่น น้ำท่วม ก็จะมีความต้องการไม่มาก เพราะไม่มีที่เก็บ

จุดเด่นของน้ำอบนางลอย

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์นางลอยที่ลูกค้าชื่นชอบ คือ กลิ่นหอม จึงได้ลองคิดหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีกลิ่นหอมของน้ำอบ แต่อยู่ในรูปแบบอื่น คือ เทียนหอม ซึ่งพึ่งออกวางขายเมื่อปีที่แล้ว มี 2 กลิ่น คือ น้ำอบไทยและแป้งหินร่ำ เทียนหอมสามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์ เป็นการสร้างกลิ่นหอม สร้างบรรยากาศ วัตถุดิบที่ใช้ทำเทียนหอมคือไขถั่วเหลืองและเส้นใยฝ้าย จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นออแกนิคทั้งหมด ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้สามารถนำน้ำมันจากเทียนมาทาตัวให้ความชุ่มชื้นและมีกลิ่นหอมติดตัวได้ โดยไขถั่วเหลืองจะมีจุดหลอมเหลวต่ำ ละลายง่าย

น้ำอบนางลอยเป็นเจ้าแรกที่ผลิตน้ำอบไทยออกมาวางจำหน่าย เมื่อก่อนน้ำอบไทยจะทำจากการนำน้ำสะอาดมาลอยด้วยดอกไม้ ซึ่งมีข้อเสียคืออายุการใช้งานสั้น มีกลิ่นหอมอยู่แค่ 1 วัน คุณย่าเฮียง ผู้ก่อตั้งรุ่นที่ 1 ได้นำหัวน้ำหอมจากฝรั่งซึ่งพึ่งเข้าไทยในช่วง ร.5 ถึง ร.6 มาผสมให้เป็นกลิ่นแบบไทยๆ เป็นกลิ่นของน้ำอบนางลอยในปัจจุบัน ตอนแรกที่ขายยังไม่มียี่ห้อ และนำไปขายที่ตลาดนางลอย แถวจักรวรรดิ ลูกค้าเรียกปากต่อปากว่า น้ำอบนางลอยของแม่เฮียง ลูกหลานจึงนำไปบรรจุขวดขาย ออกแบบโลโก้ โดยใช้ยี่ห้อว่า “ น้ำอบนางลอย”

กรรมวิธีในการผลิตยังคงเดิมมากที่สุด โดยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ นำเครื่องหอมไทยมาอบกับน้ำสะอาด และนำน้ำอบไปผสมกลิ่นของดอกไม้

ก้าวต่อไปของน้ำอบนางลอย

สำหรับอนาคตของน้ำอบนางลอย จะยังคงผลิตภัณฑ์เดิม คือ น้ำอบไทย เอาไว้ เนื่องจากลูกค้าจะจำรูปลักษณ์ของสินค้า แต่จะเน้นเรื่องขยายช่องทางการจำหน่าย เช่น การส่งออก เพื่อให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องสืบทอดธุรกิจครอบครัว อยากให้มีใจรักในธุรกิจของตนเองก่อน และอย่าพอใจกับสิ่งที่เป็นตอนนี้ เพราะจะทำให้ธุรกิจไม่เติบโต ไม่ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ว่าเราสามารถทำอะไรได้อีก การพัฒนาก็จะไม่เกิด รวมถึงจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับมือสิ่งที่จะมากระทบกับธุรกิจในอนาคตด้วย

 

 

 

Back