ธุรกิจผ้าพันคอและเสื้อ Sphearo

ธุรกิจที่เราจะพาไปรู้จักกันวันนี้ อาจจะคุ้นเคยในหมู่แวดวงคอกีฬากันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแฟนคลับทีมสโมสรฟุตบอลต่างๆ เวลาที่เขาเปล่งเสียงเชียร์ทีมที่เขารัก เราจะเห็นภาพพวกเขาต่างชูผ้าพันคอขึ้นมา พร้อมตะเบ็งเสียง ร้องเพลงเชียร์ ด้วยความภาคภูมิใจ วันนี้ เราจะพาไปรู้จักกับคนทำธุรกิจผ้าพันคอ เหตุผลอะไรทำให้เห็นว่า มันเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ ไปพูดคุยกับ สุจิตรคุณ แพ่งผ่องใส เจ้าของธุรกิจผลิตผ้าพันคอเชียร์ SPHEARO

จุดเริ่มต้นจากการเห็นโอกาส

จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจผ้าพันคอและเสื้อ เกิดขึ้นจากตอนคุณเอมอายุ 23 ปี พึ่งเรียนจบ เห็นโอกาสในการทำของขายในวันรับปริญญา จึงเริ่มรับงานตัดเย็บให้กับโรงเรียน แล้วต่อยอดเป็นเสื้อและผ้าพันคอของงานจตุรมิตร และ Official ของที่ต่างๆ เช่น งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ- ธรรมศาสตร์ ฟุตบอลทีมชาติไทย โดยเนื้อผ้าของผ้าพันคอจะบางกว่าผ้าพันคอของต่างประเทศ

ธุรกิจอยู่มากว่า 9 ปีแล้ว และมีการเติบโตเกือบทุกปี ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นจัดซื้อของบริษัท องค์กรหรือหน่วยงานที่ต้องการผ้าพันคอเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Unity) นอกจากนี้ยังค่อยมีคู่แข่งอีกด้วย เพราะว่าเครื่องจักรที่ใช้รีดผ้าพันคอมีราคาสูง อาจจะไม่คุ้มค่าที่จะลงทุน

ธุรกิจนี้เริ่มต้นปีพ . ศ.2553-2554 ที่เริ่มมีกระแสฟุตบอล ซึ่งทุกสโมสรจะต้องหารายได้จากการขายของที่ระลึก ลูกค้าในช่วงแรกจะเป็นสโมสรฟุตบอล ปัจจุบันกระแสฟุตบอลเริ่มน้อยลงแล้ว แต่ก็มีกระแสของวง BNK48 และกระแสยังคงติดตลาดจนถึงทุกวันนี้สำหรับการใช้ผ้าเชียร์ โดยที่บริษัทได้ทำผ้าเชียร์ให้กับ Official ของ BNK48 มา 3 ปีแล้ว

เมื่อยอดไม่เติบโต ต้องปรับตัว

ปัญหาของธุรกิจนี้คือจะต้องมีความเสี่ยงเรื่องการผลิตของส่งให้ทันเวลา เพราะเป็นของที่ใช้กับงาน Event ถ้าส่งของไม่ทัน ของเหล่านั้นก็ต้องทิ้งเลย เนื่องจากปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่ไม่มียอดการเติบโต จึงตัดสินใจผลิตเสื้อเพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ก็ไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์เพราะบริษัทก็มีชื่อเสียงพอสมควรจากการผลิตผ้าพันคอ รวมถึงมีลูกค้าที่เคยมาสั่งผ้าพันคอด้วย

Passion ตอนที่เริ่มทำธุรกิจอายุ 23 ปี คือ ต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องการทำงาน ชื่อเสียง และการยอมรับ ส่วน Passion ในปัจจุบัน คือ ทำให้บริษัทยังคงอยู่ต่อไป ดูแลคนที่รักและพนักงานให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สิ่งที่ทำให้ Pass ion เปลี่ยนไป คือ การพบว่าธุรกิจไม่แน่นอน จากการที่เริ่มไปทำธุรกิจค่ายมวย โดยเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อน ปกติ Life Cycle ของธุรกิจจะประมาณ 10 ปี แต่คุณเอมเริ่มเข้าไปทำค่ายมวยต่อปลายของ Cycle แล้ว ทำให้กระแสเริ่มตกลง ร่วมกับทำเลที่ตั้งของค่ายมวยอยู่ในบริเวณที่รถติดมาก ทำให้ไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ มี Fixed Cost สูง ทำให้สุดท้ายธุรกิจนี้ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่าการทำธุรกิจควรเป็นสิ่งที่ถนัด ทำอย่างไม่ประมาท และค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง

สิ่งที่สำคัญของนักธุรกิจ Generat ion Y คือ เมื่อล้มเหลวจะต้องไม่ยอมแพ้และลุกขึ้นสู้ต่อ โดยจะต้องพิจารณาว่าความสุขของตัวเองอยู่ที่ไหน เมื่อพอใจแล้วก็สามารถหยุดได้ ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ทุกคนต่างมีความสามารถในตนเอง ขอให้พัฒนาความสามารถและคอยสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

 

 

 

Back