Thais ecoleathers กระเป๋ารักษ์โลกและการไปต่อในสายธุรกิจ

เมื่อเทรนด์รักษ์โลกกำลังเข้ามาอยู่ในกระแสในตอนนี้ ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นที่จับตามองมากยิ่งขึ้น อุตสาหกรรมต่างๆ มักจะมีของเหลือใช้แล้วทิ้งไปอย่างน่าเสียดายเสมอ ซึ่งในการธุรกิจกระเป๋าหนังก็มักมีเศษหนังที่ทิ้งกลายเป็นขยะไป ทางธุรกิจ Thais ecoleathers ได้เห็นถึงปัญหานี้จึงนำเศษหนังเหลือทิ้งจากโรงงานมาทำกระเป๋าขาย จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการทำแบรนด์นี้จะเป็นเช่นไร สามารถตามอ่านกันได้ที่บทความนี้

จากการเรียนรู้สู่การเห็นปัญหา

จุดเริ่มต้นของ Thais ecoleathers นั้นมาจากความสนใจเรื่องการทำกระเป๋าหนัง เมื่อได้เรียนรู้และมาลองทำพบว่ามีเศษหนังเหลือทิ้งจำนวนมากในอุตสาหกรรมกระเป๋าหนัง จากการศึกษาเจาะลึกพบว่ากระบวนการแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ กระบวนการต้นน้ำและกระบวนการปลายน้ำ โดยเศษหนังจากกระบวนการต้นน้ำสามารถนำมาผสมกับยางหรือโพลียูริเทน (PU) กลายเป็นหนังเทียมได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำคอลลาเจนจากการฟอกหนังไปทำเป็นอาหารสุนัขได้ด้วย ส่วนกระบวนการปลายน้ำคือโรงงานตัดเย็บจะต้องทำงานเป็น Mass production คือรีบทำ รีบส่ง เพื่อรับเงินให้เร็วที่สุด สำหรับเศษหนังที่ทิ้งนั้นจะถูกรวมไปกับขยะครัวเรือนเพื่อนำไปกำจัดโดยการฝังหรือเผา จากข้อมูลทางสิ่งแวดล้อมพบว่าขยะอุตสาหกรรมพวกหนังวัวถูกจัดอยู่ในกลุ่มขยะมีพิษ เพราะผ่านกระบวนการฟอกหนังซึ่งใช้สารเคมี เช่น สารกันรา โครเมียม เมื่อพิจารณาว่าโรงงานตัดเย็บเครื่องหนังในไทยมีประมาณ 3,600 โรง เศษหนังที่ทิ้งจากโรงงานทั้งหมดมีมากกว่า 10,000 ตันต่อปี จึงเกิดความคิดที่จะนำเศษหนังมาใช้ประโยชน์ เป็น Social enterprise ทำให้เกิดธุรกิจ Thais ecoleathers ขึ้นมา

ทดลองจนเจอสิ่งที่ตอบโจทย์ทั้งสองฝ่าย

หลังจากเห็นว่าเศษหนังนั้นสามารถนำมาใช้ทำสิ่งอื่นต่อได้จึงลองทำหนังรีไซเคิล โดยเริ่มจากการนำเศษหนังมาศึกษาเพื่อให้เข้าใจลักษณะทางกายภาพโดยกล้องจุลทรรศน์ และพบว่าหนังจะแบ่งออกเป็นชั้น (Layer) ซึ่งกระบวนการทำหนังจะต้องย่อยให้เป็นชิ้นเล็ก คือ เส้นใยโปรตีน (Protein fiber) แล้วทำให้กลุ่มของเส้นใยโปรตีนมาจับรวมกันโดยใช้ตัวเชื่อม ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่งในการทดลองเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากที่สุด คือ สามารถนำเศษหนังมาใช้ได้จริง นำเศษหนังมาใช้ได้ปริมาณมาก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เริ่มต้นจากการไปที่ต้นน้ำ คือ ที่ทิ้งขยะ จ่ายค่าทิ้งขยะให้ และให้ค่าจ้างส่วนหนึ่งสำหรับการคัดแยกขยะครัวเรือนออกจากขยะอุตสาหกรรม โดยปกติโรงงานจะต้องเสียค่าขนส่งเศษหนังประมาณ 6,000 บาทต่อตัน ซึ่งยังไม่รวมค่ากำจัด ถือว่าได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่ายตามหลัก Circular Economy

สำหรับหนังรีไซเคิลนั้น จะมี Texture เหมือนไม้ค็อคและกระดาษลูกฟูก มี flexible พอสมควร และมีคุณสมบัติกันไฟลาม กันน้ำ รวมถึงไม่มีการผสมสีย้อมเข้าไป เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แต่จะใช้การแยกสีของหนังตั้งแต่แรกเพื่อใช้ในการสร้างสรรค์ลวดลาย

การปรับตัวและต่อยอดผลิตภัณฑ์

เพื่อให้เข้าใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น จึงได้นำผลิตภัณฑ์ไปออกงานที่สิงคโปร์และฮ่องกง เพื่อดูผลตอบรับจากลูกค้า ทำให้พบว่ากลุ่มลูกค้า คือ คนที่มีความสนใจและตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น ญี่ปุ่น อเมริกา ยุโรป ยอดการสั่งซื้อเป็นหลักแสนชิ้น

การปรับตัวเข้าสู่การทำธุรกิจแบบ Circular Economy จะต้องอาศัยความกล้าที่จะเริ่มทดลองทำ, ความใส่ใจในรายละเอียด ว่าสิ่งที่ทำเกิดผลกระทบอะไรบ้าง ตอบโจทย์ที่ต้องการหรือไม่ ทักษะในหลายๆด้าน ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม ควรใช้เวลาให้คุ้มค่ากับการเรียนรู้ ความกล้าในการเจอลูกค้า ความกล้าในการรับฟังคำติจากลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์

ถือว่าว่าธุรกิจ Thais ecoleathers นอกจากจะมีการคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังต่อยอดไปถึงการนำผลตอบรับของลูกค้ามาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ รวมถึงไม่หยุดที่จะพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นด้วยการนำคำติชมมาปรับใช้ให้สินค้าดีมากขึ้น ถ้าใครสนใจสามารถติดตามได้ที่ www.thais-ecoleaters.com

 

 

 

Back